กรมศิลป์อึ้ง พระพุทธรูปอีสาน ถูกโจรกรรมมากที่สุด ถูกประมูล ศิลปวัตถุ ผ่านเว๊บไซต์ตปท.ชื่อดังยอดฮิต “ศิลปะขอม-ทวารวดี” เล็ง 3 จว.ใหญ่ค้าโบราณวัตถุส่งนอก ระดมภาครัฐ-ปชช.หามาตรการป้องกัน
เมื่อ วันที่ 6 ม.ค. 2552 นายเขมชาติ เทพไชย รองอธิบดีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยว่า กรมศิลปากรได้รวบรวมสถิติโบราณ วัตถุ ศิลปวัตถุ ในวัดและโบราณสถานที่ขึ้นและไม่ขึ้นทะเบียนถูกโจรกรรม พบวัตถุ ศิลปวัตถุที่ถูกโจรกรรมมากที่สุดอยู่ในภาคอีสาน โดยสถิติตั้งแต่ปี 2540-2551 มีจำนวน 21 วัด อาทิ พระพุทธรูปแกะสลักไม้ 80 องค์ ที่วัดโพธิ์ชัย อ.นาแห้ว จ.เลย พระพุทธรูปทองคำ-ทองสัมฤทธิ์ 70 องค์ ที่ถ้ำวังคำ ภูเขาภูสีฐาน อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ แท่นทองเหลืองรอยพระพุทธบาท 1 แท่นที่วัดชัยมงคลมุนีวาส อ.ศรีขรภูมิ จ.สุรินทร์ หินทรายแกะสลักลายกลีบขนุน 1 ชิ้นที่วัดสระกำแพงใหญ่ อ.ศรีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ใบเสมาที่เขตโบบราณสถานบ้านเสมา อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรที่วัดกู่คันธนาม อ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด บานประตูที่วัดไชยศรี อ.เมือง จ.ขอนแก่น บานตู้พระธรรมที่วัดโคกพระ อ.จักราช จ.นครราช สีมา โดยเฉพาะคันทวย 6 ชิ้นวัดศรีฐาน อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด คิดเป็นมูลค่า 7 แสนบาท เป็นต้น รวมพระพุทธรูปศิลปวัตถุที่ถูกโจรกรรม 382 ชิ้น ส่วนใหญ่อายุราว 60-100 ปีขึ้นทางวัดได้แจ้งความไว้
นายเขมชาติ กล่าวอีกว่า พระพุทธรูปศิลปวัตถุที่ถูกโจรกรรมไปมีเพียงบางรายการเท่านั้นที่ได้คืนมา โดยกรมศิลปากรได้ตั้งข้อสังเกต 3 ข้อ พระพุทธ รูปที่หายไปนั้นเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน วัดบางแห่งมีการจำลองพระพุทธรูปขึ้นมา พอไปวางที่องค์พระประธานด้านหน้าได้ไม่นานองค์จริงหายไป เป็นไปได้หรือไม่ว่ามีการเตรียมการกัน และข้อสังเกตเป็นไปได้มีใบสั่งของกลุ่มนักค้าโบราณวัตถุที่มีอยู่หลายกลุ่ม ในพื้นที่อีสานและสร้างเครือข่ายโจรกรรม เมื่อขโมยไปแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถจับมือ ขโมยได้ เพราะโบราณวัตถุจะไปอยู่ตามร้านค้าขายศิลปวัตถุ อาทิ แหล่งใหญ่ในกรุงเทพฯ ที่อีสานในอุบลราชธานี ภาคใต้ที่ภูเก็ต เป็นต้น หากเป็นศิลปวัตถุที่มีอายุ1,000 ปีขึ้นถูกขายไปยังต่างประเทศ เพราะเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ มีจำนวนหลายชิ้นจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ในยุโรปและอเมริกา ล่าสุดกรมศิลปากรเพิ่งได้พระพุทธรูปสมัยทวาราวดีอายุกว่า 1,000 ปีกลับคืนมา 1 องค์
รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ยังได้ติดตามข้อมูลการซื้อขายศิลปวัตถุของชาว ต่างชาติ พบว่าปัจจุบันมีการพัฒนามากจากแต่เดิมซื้อขายกันโดยทำการประมูลในห้องประมูล แต่ขณะนี้ประมูลและสั่งซื้อผ่านทางเว็บไซต์ชื่อดังต่างประเทศ มีรูปภาพปรากฏ หากคนที่สนใจจะให้ราคาสูงทั้งนี้คนที่ซื้อนั้นจะต้องมีความรู้เรื่องอายุสมัยของศิลปวัตถุชิ้นนั้น เช่น ศิลปะขอมของเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นคนละกลุ่มที่นิยมสะสมพระพุทธรูปเก่า สำหรับมาตรการในการปกป้องพระพุทธรูปและโบราณวัตถุของวัด เมื่อเกิดการขโมยพระพุทธรูป เจ้าอาวาสต้องรีบแจ้งความและประสานกรมศิลปากรในพื้นที่ให้ภัณฑารักษ์และนักโบราณคดีมาร่วมตรวจสอบดู
“ทางวัดควรถ่ายภาพศิลปวัตถุทุกชิ้นที่อยู่ในวัด ให้กับกองบังคับการตำรวจภูธรจะได้ตรวจสอบรูปพรรณสัณ ฐานศิลปวัตถุตรงกับที่หายไปหรือไม่ เจ้าอาวาสต้องไม่ไว้ใจคนแปลกหน้าที่ทำทีเข้ามาตรวจสอบพระพุทธรูป ต้องถามหาบัตรเจ้าพนักงานก่อน เพราะมักจะมีการแอบอ้างอยู่เสมอๆ อย่างไรก็ตามกรมศิลปากรจะได้ให้ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรในพื้นที่รวบรวม ปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งจะได้ระดมความคิดเห็นทุกภาคส่วนของราชการและภาคประชาชนในการปกป้องพระ พุทธรูปและโบราณวัตถุ”นายเขมชาติ กล่าว
คม ชัด ลึก