จับหมอนครปฐมเปิดเว็บขายยาแท้งเถื่อน

กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) แถลงข่าวจับกุม นพ.อังกูร อังกุรวานิช อายุ 48 ปี เจ้าของ อังกูร-อรพินท์ คลินิก คลินิกสูตินรีเวช เลขที่ 52 ถ.พญาพาน อ.เมือง จ.นครปฐม น.ส.กัลยา ศิริมงคลชัยกุล อายุ 34 ปี ญาติ นพ.อังกูร และเจ้าของร้านขายยา สถานียา นายวิสิทธิ์ ศิริมงคลชัยกุล 36 ปี พี่ชาย น.ส.กัลยา นายสว่าง บุญเยี่ยม อายุ 56 ปี คนเฝ้าโกดัง และนายสมชาย สุนันท์เจริญกิจ อายุ 43 ปี เจ้าของบัญชีเงินฝาก
พร้อมของกลาง ซองจดหมาย 11 ซองระบุชื่อที่อยู่ปลายทาง ภายในซองมีทั้งธนาณัติสั่งจ่ายเงิน จำนวน 1,500 บาท นามบัตรคลินิก และในจำนวนนี้มีอยู่ 5 ซองที่ภายในมียาทำแท้ง 4 ชุดๆละ 5 เม็ด บรรจุซองพร้อมวิธีการใช้ โดยจับกุม นพ.อังกูร ได้ที่บริเวณที่ทำการไปรษณีย์นครปฐม ส่วนที่เหลือจับกุมได้หลังนำหมายศาลจังหวัดนครปฐมเข้าตรวจค้นร้านสถานียา และที่โกดังเก็บยาซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับร้านขายยาดังกล่าว พบว่าไม่มีใบอนุญาตขายยา และขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับ
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่พบศพนักศึกษาสาวชั้น ปวส. โรงเรียนพาณิชย์แห่งหนึ่งใน่ จ.เชียงใหม่ อายุ 20 ปี เสียชีวิตภายในห้องพักเลขที่ 212 ชั้น 2 ดีดีแมนชั่น เลขที่ 12 ถ.เวียงบัว ต.ช้างเผือก อ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ สภาพศพพบอวัยวะเพศมีเลือดไหลไม่หยุด ส่วนที่ชักโครกในห้องพักพบซากรกและก้อนเลือด นอกจากนี้ภายในกระเป๋าผู้ตายพบยาชนิดหนึ่งซึ่งมีผลข้างเคียงทำให้เกิดการตก เลือดจึงสันนิษฐานว่าเสียชีวิตจากการกินยาบีบมดลูก
ต่อมา อย.ได้ประสานตำรวจกองปราบปราม สืบสวนหาที่มาของยาชนิดนี้ เนื่องจากเป็นยาอันตรายที่ไม่ได้รับอนุญาตให้จำหน่าย และเกรงว่าผู้ที่ซื้อยาดังกล่าวไปรับประทานอาจถึงแก่ชีวิตได้ กระทั่งพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายยาดังกล่าวผ่านเว็บไซด์ เสนอขายยาทำแท้งหลากหลายชนิด โดยอ้างชื่อ นพ.ประดิษฐ์ ไม่ทราบนามสกุล เป็นผู้ให้คำแนะนำประจำเว็บไซด์ ผู้ที่สนใจจะต้องสั่งซื้อและโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารชื่อบัญชีนายสมชาย สุนันท์เจริญกิจ ซึ่งชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.จึงวางแผนล่อซื้อยาทำแท้งจำนวน 1 ชุด ในราคา 3,040 บาท ก่อนจะพบว่าถูกส่งมาให้จากไปรษณีย์นครปฐม ส่วนตรวจสอบบัญชีธนาคารของนายสมชาย พบว่ามีการโอนเงินเพื่อสั่งซื้อยาวันละหลายหมื่นบาท จากนั้นได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมของผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องก่อนจะล่อซื้ออีก 4 ชุดเพื่อจับกุมให้ได้ทั้งขบวนการ
กระทั่งเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน ผู้ต้องสงสัยได้ออกจากที่พักไปยังตู้เอทีเอ็มแห่งหนึ่งใน อ.เมือง และมาปรากฏตัวอีกครั้งที่ไปรษณีย์นครปฐมโดยถือถุงกระดาษใบหนึ่งขึ้นไปยังที่ ทำการไปรษณีย์จึงแสดงตัวตรวจค้นพบว่าภายในถุงมีซองจดหมาย จำนวน 11 ซองอยู่ ภายในซองมียาทำแท้งอยู่จึงจับกุมตัวดำเนินคดี จากนั้นได้รวบรวมหลักฐานไปหมายค้นศาลจังหวัดนครปฐม เข้าตรวจค้นที่โกดังเก็บยา และร้านยา สถานียา เลขที่ 18/1 ถนนสะพานโยง ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม พบตัวนายสว่าง นายวิสิทธิ์ และ น.ส.กัลยาศิริ เป็นผู้จำหน่ายยาในร้าน จากการตรวจค้นพบยาไวอากร้าและยานอนหลับจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นยาต้องห้ามจำหน่าย และไม่มีใบอนุญาตจำหน่าย ส่วนที่โกดังพบยาต้องห้ามอีกหลายรายการจึงจับกุมทั้งหมดมาดำเนินคดี
นอกจากนี้กำลังชุดเดียวกันได้เข้าตรวจค้นคลีนิกสูตินรีเวช อังกูร-อรพินทร์ ตั้งอยู่เลขที่ 52 ถ.พญาพาน อ.เมือง จ.นครปฐม ของ นพ.อังกูร และตรวจค้น อรพินท์ทันตแพทย์ เลขที่ 240/9 ถ.ราชดำเนิน (ต้นสน) อ.เมือง จ.นครปฐม ของภรรยา นพ.อังกูร แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย
สอบสวนเบื้องต้น นพ.อังกูร ให้การปฏิเสธ โดยอ้างเพียงว่า เพื่อนคนหนึ่งว่าจ้างให้ตนนำซองจดหมายมาส่งที่ไปรษณีย์ได้ค่าจ้างซองละ 100 บาท ส่วนยาทำแท้งที่พบนั้นตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ นพ.อังกูร บอกว่าก่อนหน้านี้เคยทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์นครปฐมต่อมาได้ลาออกมาเปิด คลินิกเองเนื่องจากเบื่อระบบราชการ ส่วน น.ส.กัลยา เจ้าของร้านยา ให้การปฏิเสธเช่นกัน ส่วนเรื่องใบอนุญาตขายยานั้นอยู่ระหว่างการต่ออายุ
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับ นพ.อังกูร ในข้อหา ขายยาแผนปัจจุบันโดยมิได้รับอนุญาต ส่วนที่เหลือถูกดำเนินคดีข้อหาขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต และขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับ ทาง อย.จะตรวจสอบยาของกลางทั้งหมดอีกครั้งหากพบว่าเป็นยาปลอมที่มีการลักลอบนำ เข้าจากต่างประเทศจะต้องถูกดำเนินคดีเพิ่มอีกข้อหาหนึ่งด้วย

สำนักข่าวเนชั่น

Hello101 สวัสดีร้อยเอ็ด






Post a Comment

Your email is never published nor shared. You're allow to say what you want...