อบต.นาแซงส่งเสริมผลิตภัณฑ์เสื่อกก

ประสานหน่วยงานรัฐอบรมเน้นลวดลายใหม่

เสื่อกก” เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ปูนอน ปูนั่งภายในครัวเรือนมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ และถึงแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไปสักเท่าใด เสื่อกกก็ยังเป็นที่นิยมของผู้คนมาอย่างต่อเนื่อง จนการทอเสื่อกกในปัจจุบันสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านได้เป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.นาแซง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งประกอบด้วย 14 หมู่บ้าน กว่า 1,260 ครัวเรือน ร้อยละ 90 ซึ่งยึดอาชีพทำนาและเมื่อว่างเว้นจากการทำนา จึงหันมาทอเสื่อกก ซึ่งกกหาได้ไม่ยากนักเนื่องจากพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีแหล่งน้ำซึ่งกกหลายชนิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ จึงทำให้เกษตรกรในพื้นที่ตำบลนาแซงหันมาเก็บต้นกกไปแปรรูปผ่านกระบวนการทำ เป็นเส้นตามขนาด ตากให้แห้ง นำไปย้อมสี ออกแบบลายเป็นผลิตภัณฑ์จากเสื่อกกจำหน่าย ในแต่ละปีสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านมากกว่า 20,000 บาทต่อครัวเรือน

นายชัยศักดิ์ ทะไกรราช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาแซง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า ในการทอเสื่อกกของชาวบ้านที่นี่ได้สืบทอดกันมานานนับร้อยปี ควบคู่กับการทอผ้าหรือผ้าไหมและยึดถือการทอแบบโบราณมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ และเมื่อเห็นช่องทางจากการค้าขายในจังหวัดซึ่งมีการเรียกร้องให้มีการพัฒนา ศิลปะบนผืนเสื่อออกมาเหมือนกับการทอผ้าลายขิด หรือการทำหมอนขิดของคนอีสาน แม้ว่าราคาจะสูงขึ้นแต่ก็มักจะได้รับความนิยมมากกว่าเสื่อกกแบบธรรมดา เพราะดูแล้วมีคุณค่ามากกว่าคำว่าเสื่อกกทั่วไป จึงมองเห็นช่องทางและได้มีการพัฒนาและส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์เสื่อกกมีหลาก หลายรูปแบบหลากสีสัน โดยเน้นความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก

องค์การบริหารส่วนตำบลนาแซงจึงได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง “เริ่มต้นพัฒนาการทอเสื่อกกด้วยการนำอาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ จาก อำเภอเสลภูมิ สำนักงานพัฒนาชุมชน อ.เสลภูมิ และนายฉลอง ประดับสุข พัฒนาการจังหวัดร้อยเอ็ดเข้ามาช่วยโดยแบ่งการอบรมเป็นหมู่บ้านที่จะเน้นการ ทอเสื่อกกด้วยลวดลายแบบใหม่ที่สวยงาม สีสันสดใส และมีมาตรฐานการผลิต รวมทั้งการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกกเป็นหมอน แจกัน หมวก ซึ่งถือว่าได้รับความนิยมมากสำหรับลูกค้าที่ได้มาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชน จากชาวบ้านนาแซง ปัจจุบันทำให้ผลิตภัณฑ์จากกกของตำบลนาแซงสามารถที่จะส่งออกไปยังต่างประเทศ ได้ ซึ่งเห็นได้จากการสั่งสินค้า (ออร์เดอร์) จากหลายประเทศที่สั่งเข้ามาหลายร้อยผืนต่อเดือน ขณะที่ยอดการสั่งซื้อในประเทศจะอยู่ที่ 70-80 ผืนต่อ 1 สัปดาห์ และจากการสนับสนุนอย่างเต็มรูปแบบทำให้เกิดความสามัคคีและความ เข้มแข็งในหมู่บ้านและตำบลทำให้กลุ่มสตรีทอเสื่อกก ตำบลนาแซง มีสมาชิกในปัจจุบันจำนวน 230 คน จากที่เริ่มก่อตั้งกลุ่มสตรีทอเสื่อกกครั้งแรกในปี 2529 ซึ่งมีสมาชิกเพียง 30 คนเท่านั้น จึงนับว่าการส่งเสริมกลุ่มอาชีพของสตรีทอเสื่อกกมาถูกทางแล้ว และกำลังจะก้าวต่อไป ในอนาคต” นายชัยศักดิ์ กล่าว

นางธนพร วงศ์อนุ ประธานกลุ่มสตรีทอเสื่อกก ต.นาแซง ซึ่งได้รับการรับรองจากจังหวัดร้อยเอ็ด ว่าเป็นปราชญ์แห่งภูมิปัญญา กล่าวว่า เสื่อกกของ ต.นาแซง เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีเอกลักษณ์ ทนทาน และราคาย่อมเยา ราคาของเสื่อกกธรรมดาและเย็บต่อกันเป็นผืนสามารถพับและพกพาไปในที่ต่าง ๆ ได้ง่ายจะมีราคาตั้งแต่ 150-500 บาท ส่วนเสื่อกกที่ทำด้วยกกชนิดกลม หรือต้นกกราชินี หรือชาวอีสานเรียกกันว่าไหลนั้น เมื่อนำมาผ่านการย้อมมัดหมี่ และทอออกมาเป็นลายไทย ลายขิด ตามจินตนาการแล้วราคาจะสูงขึ้นเป็นเท่าตัว คือมีราคาตั้งแต่ 600-2,000 บาทต่อผืนเลยทีเดียว โดยผลิตภัณฑ์เสื่อกกของนาแซงจะเน้นมาตรฐาน ด้วยการนำกกซึ่งแต่เดิมเคยเป็นวัชพืชที่อยู่ตามหัวไร่ปลายนา มาปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจและเป็นอาชีพเสริมแล้วผลิตเป็นสินค้าดีมีคุณภาพ และที่สำคัญที่สุดได้สร้างรายได้ให้กับกลุ่มสตรี ทอเสื่อกก ต.นาแซง อย่างเป็นล่ำเป็นสัน ทำให้ชุมชนนาแซงมีความเข้มแข็งและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ในแต่ละวันชาวบ้านจะทอเสื่อกกได้วันละ 2 ผืน ต่อการทำงาน 2 คน ครัวเรือนที่มีคนเดียวจะจับคู่กันโดยสับเปลี่ยนคนละ 2 วัน ต่อบ้านต่อครอบครัว ทั้งนี้จะสามารถหมุนเวียนที่จะเชื่อมโยงไปถึงบ้านที่เป็นสมาชิก 14 หมู่บ้าน ทั้งนี้วิธีการผลิตเสื่อ ปราชญ์ชาวบ้าน อธิบายว่า เริ่มแรกนำต้นกกมาแยกขนาด โดยคัดเอาที่มีความยาวประมาณ 150 เซนติเมตร มาซอยเป็นเส้นแล้วตากจนกลายเป็นสีทองหรือสีเหลืองอ่อนประมาณ 1 สัปดาห์ ตามอากาศแล้วมาย้อมสีตากแห้ง 2 วันแล้วทอตามลายต่าง ๆ ด้วยอุปกรณ์ดั้งเดิมที่เรียกว่าฟืม ซึ่งลายตามที่นิยมตามชื่อภาษาอีสานคือ บักจับน้อย ส้มปลาน้อย ลายไทย ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยพ่อค้าเร่นำไปขายต่อ ลูกค้ามีนักท่องเที่ยว ผู้นิยมการตกแต่งเป็นการโชว์ตามงานเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ของใช้ในครัวเรือน และกกยังสามารถแปรรูป เป็นของใช้ทั้งหมอน หมวก กระเป๋า ของตกแต่งบ้าน ฯลฯ

ในการจัดการของกลุ่มจะแบ่งเป็นคนทอ คนเย็บขอบ คนเดินตลาดหรือฝ่ายขาย แล้วแบ่งกำไรตามส่วนจากนั้นส่งเข้ากลุ่มผืนละ 5 เปอร์เซ็นต์และที่ผ่านมาเสื่อกกนาแซงได้รับการรับรองจากสำนักงานมาตรฐาน อุตสาหกรรม (มอก.) ร้อยเอ็ด และยิ่งทำให้เสื่อกกนาแซงได้รับความเชื่อมั่นและความนิยมแพร่หลายยิ่ง ๆ ขึ้นไป.

วินัย วงศ์วีระขันธ์

Hotnews 2 อบต.นาแซงส่งเสริมผลิตภัณฑ์เสื่อกก

Hello101 สวัสดีร้อยเอ็ด






Post a Comment

Your email is never published nor shared. You're allow to say what you want...