Category Archives: ของดีร้อยเอ็ด

อบต.นาแซงส่งเสริมผลิตภัณฑ์เสื่อกก

ประสานหน่วยงานรัฐอบรมเน้นลวดลายใหม่
“เสื่อกก” เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ปูนอน ปูนั่งภายในครัวเรือนมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ และถึงแม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไปสักเท่าใด เสื่อกกก็ยังเป็นที่นิยมของผู้คนมาอย่างต่อเนื่อง จนการทอเสื่อกกในปัจจุบันสามารถสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านได้เป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.นาแซง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด

ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาฯสู่ภาคใต้

นาย ศุภชัย บานพับทอง อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ข้าวสารสหกรณ์ในพื้นที่โครงการผลิตข้าวหอมมะลิมาตรฐานเพื่อการส่งออกในทุ่ง กุลาร้องไห้ ซึ่งผ่านกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน และเพื่อเป็นการยกระดับข้าวสารสหกรณ์ในทุ่งกุลาร้องไห้ให้เป็นสินค้าลักษณะพิเศษและเข้าถึงตลาดมากยิ่งขึ้น

ร้อยเอ็ดจัดใหญ่งานวันข้าวหอมมะลิโลก

นายชิดพงษ์ ฤทธิประศาสตร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ได้เชิญหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน มาเข้าร่วมประชุมวางแผนจัดงานวันข้าวหอมมะลิโลก เพื่อให้ประชาชนมีรายได้จากการผลิต และจำหน่ายข้าวหอมมะลิชั้นดีออกสู่ตลาดโลก ตามยุทธศาสตร์ของทางจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีการกำหนดจัดกิจกรรมใน 3 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่อำเภอสุวรรณภูมิ ณ ศูนย์วิจัยข้าวสุรินทร์ ตำบลสระคู ซึ่งกิจกรรมประกอบด้วย พิธีเปิด กิจกรรมการแสดง การแข่งขัน การประกวด นิทรรศการ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ การลงแขกเกี่ยวข้าว การแสดงของกลุ่มแม่บ้าน

จ.ร้อยเอ็ด เชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมเวียนเทียนรอบบึงพลาญชัย ในวันวิสาขบูชา

จังหวัดร้อยเอ็ด กำหนดจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวิสาขบูชา ประจำปี 2552 วันที่ 8 พฤษภาคม 2552 บริเวณลายพระพุทธโธดม มงคลศาสดา เกาะกลางบึงพลาญชัย โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การแสดงนิทรรศการโต๊ะหมู่บูชา การแสดงนิทรรศการเศรษฐกิจพอเพียง การแสดงพระธรรมเทศนา และในเวลา 17.00 น. ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน ร่วมแสดงตนเป็นพุทธมามะกะ เวียนเทียนรอบบึงพลาญชัย โดยทางจังหวัดร้อยเอ็ด ได้จัดเตรียมเทียนพิเศษไว้ให้ผู้ร่วมเวียนเทียนทุกคน และขอความร่วมมือสวมใส่เสื้อสีขาว ร่วมกิจกรรมการเวียนเทียนโดยจะเดินเวียนเทียนรอบบึงพลาญชัย 1 รอบ และเข้าเวียนเทียนที่ลานพระพุทธโธดม มงคลศาสดาอีก 2 รอบ รวมเป็น 3 รอบ ระหว่างการเวียนเทียนนั้น พุทธศาสนิกชนจะได้รับการพรมน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์จาก 101 วัดด้วย

อ.โพนทอง จัดงานวันสตรีสากล และมหกรรมของดีเมืองโพนทอง

อำเภอ โพนทอง ร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาสตรี สภาวัฒนธรรมอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเครือข่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนทุกตำบล จัดงานมหกรรมของดีเมืองโพนทอง
นายสมเกียรติ รัตนเมธาธร นายอำเภอโพนทอง เปิดเผยว่า อำเภอโพนทอง ร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาสตรี อำเภอโพนทอง สภาวัฒนธรรมอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเครือข่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนทุกตำบล จัดงานมหกรรมของดีเมืองโพนทอง ระหว่างวันที่ 4 – 6 มีนาคม 2552 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอโพนทอง โดยจัดให้มีการจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน จากทุกตำบล 14 ตำบล และสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด การประกวดศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสาน วันที่ 5 มีนาคม 2552 ชมการประกวดสุดยอดหมอพิณ หมอแคน พานบายศรี การแสดงแอโรบิคแดนซ์ ของโรงเรียนโพนทองพัฒนาวิทยา ซึ่งชนะเลิศ ชมรม TO BE NUMBER ONE จังหวัดร้อยเอ็ด ปี 2552 และ โรงเรียนบ้านพรมจรรย์ [...]

Amazing Roi-et Amazing Thailand งานบุญผะเหวด ร้อยเอ็ด

กินข้าวปุ้น บุญผะเหวด ฟังเทศน์มหาชาติ
ประเพณีงานบุญผะเหวด เอกลักษณ์ความภาคภูมิใจของชาวร้อยเอ็ด
จังหวัดร้อยเอ็ด พัฒนาศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยประเพณีงานบุญผะเหวด (พระเวส) หรือ “งานบุญเทศน์ มหาชาติ” งานประเพณีบุญเดือน 4 หรืองานเทศมหาชาติอย่างยิ่งใหญ่ เป็นปีที่ 19 ซึ่งเป็นงานประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นความภาคภูมิใจของชาวร้อยเอ็ด
นายพงษ์ศิริ กุสุมภ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า จังหวัดร้อยเอ็ดเตรียมจัดงานบุญผะเหวดในปีนี้อย่างยิ่งใหญ่ โดยปีนี้งานเริ่มตั้งแต่ วันที่ 6 มีนาคม 2552 กำหนดการของงานเป็นดังนี้
วันที่ 6 มีนาคม 2552 เวลา 15.00 น.
-แห่พระอุปคุตรอบเมือง มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และเทศน์มาลัยหมื่นมาลัยแสน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด

แม้ว่าจังหวัดร้อยเอ็ดจะมีศักภาพด้านการท่องเที่ยวไม่มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่น ๆ ทว่าในความเจริญด้านอารยธรรมของเมืองสาเกตุนครนับว่าเป็นเพชรเม็ดงามของแดนอีสาน ที่ยังคงสามารถคงความอารยะวัฒนธรรมอันดีงาม ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง พิพิธภัณฑสถาน เป็นดังห้องโชว์ความเป็นมาของท้องถิ่น ได้เป็นอย่างดี
การจัดตั้ง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด เป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่จัดตั้งขึ้นตามโครงการการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมืองเป็นสถานที่จัดแสดงและรวบรวมเรื่องราวน่ารู้ทุกด้านของจังหวัดแห่งนี้ เดิมทีเดียวนั้น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติร้อยเอ็ด จัดตั้งขึ้นตามดำริของท่านศาสตราจารย์ ดร.ก่อ สวัสดิ์พาณิชย์ ในอันที่จะเป็นพิพิธภัณฑ์ฯ ศิลปหัตถกรรมอีสาน โดยเฉพาะผ้าไหมและผ้าพื้นเมือง
ต่อมาเมื่อกรมศิลปากร มีนโยบายในการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำเมืองจึงได้ทำการปรับปรุงเพิ่มเติมเนื้อหาในการจัดแสดงให้ครอบคลุมข้อมูลเรื่องราวของจังหวัดทุกด้านทั้งด้านภูมิศาสตร์ทรัพยากรธรณีโบราณคดี ประวัติศาสตร์ บุคคลสำคัญ วิถีชีวิต ประเพณี และศิลปหัตถกรรม เริ่มโครงการจัดตั้งมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2536 ซึ่งเป็นปีที่ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารต่อเนื่องมา

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ตั้งอยู่บริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม ตำบลโคกสว่าง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด ระยะทางจากตัวเมืองร้อยเอ็ดประมาณ 80 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ที่วิจิตรพิสดาร ใช้ศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสานเป็นการผสมกันระหว่างพระปฐมเจดีย์และพระธาตุพนม ใช้งบประมาณก่อสร้างถึงปัจจุบันกว่า 3,000 ล้านบาท ดำเนินการสร้างโดย พระอาจารย์ศรี มหาวิโร ซึ่งเป็นศิษย์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
พระมหาเจดีย์นี้ออกแบบโดยกรมศิลปากรเป็นสีขาวตกแต่งลวดลายตระการตาด้วยสี ทองเหลืองอร่าม รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ สร้างในเนื้อที่ 101 ไร่ กว้าง 101 เมตร ยาว 101 เมตร ความสูง 101 เมตร รวมยอดทองคำเป็น 109 เมตร ใช้ทองคำหนัก 4,750 บาท หรือประมาณ 60 กิโลกรัม ภายในองค์พระมหาเจดีย์เหมือนอยู่บนวิมานแดนสวรรค์

ทุ่งกุลาร้องไห้

ทุ่งกุลาร้องไห้ หนึ่งในเอกลักษ์ของจังหวัดร้อยเอ็ด ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่สำคัญของประเทศ ทุ่งกุลาร้องไห้มีอนาเขตอยู่ในจังหวัดร้อยเอ็ด บริเวณอำเภอปทุมรัตต์ อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอสุวรรณภูมิ และอำเภอโพนทราย โดยพื้นที่ของทุ่งกุลาร้องไห้ ยังมีอนาเขตรวมในจังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ ที่อำเภอชุมพลบุรี และอำเภอท่าตูม และในอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย ของจังหวัดมหาสารคาม จังหวัดบุรีรัมย์ บริเวณอำเภอพุทไธสง และที่ จังหวัดยโสธร บริเวณอำเภอมหาชนะชัย รูปร่างของพื้นที่ในแนวทิศเหนือนั้นครอบคลุมอำเภอปทุมรัตต์ อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอสุวรรณภูมิ และอำเภอโพนทราย ของจังหวัดร้อยเอ็ด ในแนวทิศใต้มีลำน้ำมูลทอดยาวตลอดพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ในแนวทิศตะวันตกผ่านอำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร และอำเภอพยัคฆภูมิพิสัยของจังหวัดมหาสารคาม
ที่มาของชื่อ ทุ่งกุลาร้องไห้
ทุ่งกุลาร้องไห้ มีเรื่องเล่าสืบกันมาว่า ชนเผ่ากุลาซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยจากเมืองเมาะตะมะ ประเทศพม่า ได้เดินทางมาค้าขายผ่านทุ่งแห่งนี้ ต้องใช้เวลาเดินทางหลายวัน ไม่พบหมู่บ้านใด ๆ เลย น้ำก็ไม่มีดื่ม ต้นไม้ก็ไม่มีที่จะให้ร่มเงา มีแต่ทุ่งหญ้าเต็มไปหมด พื้นดินก็เป็นทราย เดินทางยากลำบากเหมือนอยู่กลางทะเลทราย ทำให้คนพวกนี้ถึงกับร้องไห้