2009.07.26 | |
ข่าวร้อยเอ็ด
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเตรียมวันเกิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ จ.ร้อยเอ็ด สมาพันธ์คนเสื้อแดงภาคอีสาน ได้เตรียมจัดงานวันเกิดให้พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ อ.อาจสามารถ เพราะเห็นว่า อ.อาจสามารถ เป็นที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เคยใช้ชีวิตกินนอนตามหมู่บ้านต่าง ๆ ระหว่างวันที่ 16 ถึงวันที่ 20 ม.ค. 2549 เพื่อแก้ปัญหาความยากจนของชาวบ้าน เพื่อให้เป็นต้นแบบสำหรับอำเภออื่น ๆ นำไปใช้แก้ปัญหา ตั้งแต่ตอนเช้าวันนี้มีชาวเสื้อแดงจาก 19 จังหวัดภาคอีสาน ส่วนใหญ่เป็นผู้นำสินค้าโอท็อป มาตั้งร้านเพื่อจำหน่ายในงาน พากันทยอยเข้าบริเวณที่ดินว่างเปล่า พื้นที่ 22 ไร่ ของนางอัมพร อิสิสิงห์ อายุ 76 ปี ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลอาจสามารถ ข้างถนนสาย อ.อาจสามารถ ไป จ.ร้อยเอ็ด ซึ่ง นายวิเชียรชนินทร์ สินธุไพร ประธานคนร้อยเอ็ดรักประชาธิปไตย และ นายอุบล เศรษฐ์วิบูลย์ แกนนำของชาวเสื้อแดงร้อยเอ็ด เป็นผู้ประสานงาน ในการตั้งร้าน ตั้งเวทีขนาดใหญ่ [...]
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)-แดงทั้งแผ่นดิน กล่าวถึงการจัดงานวันเกิดให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วันที่ 26 กรกฎาคม ว่า ทางแกนนำคนเสื้อแดงได้จัดงานเพลทั่วแผ่นดินขึ้นที่จังหวัดต่างๆทั่วประเทศ แล้วก็ได้จัดงานใหญ่ที่อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ เคยไปจัดทำเป็นโมเดลสำหรับการแก้ไขปัญหาความยากจน ชื่องาน “เพลทั่วแผ่นดิน แต่ทักษิณ ผู้ปลดนี้ไอเอ็มเอฟ” โดยงานจะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม ซึ่งจะเป็นการออกร้านขายสินค้าโอท็อปจากประชาชนในภาคอีสานและประชาชนทั่ว ประเทศ จนกระทั่งวันที่ 26 กรกฎาคม จะมีเวทีปราศรัยของแกนนำคนเสื้อแดง และประชาชนอ.อาจสามารถ ที่เคยใช้ชีวิตร่วมกับพ.ต.ท.ทักษิณ ช่วงไปจัดโมเดลแก้ไขปัญหาความยากจน และช่วงดึกของวันที่ 26 กรกฎาคม จะมีการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ แน่นอน ซึ่งตนอยากจะฝากไปถึงคนในรัฐบาลที่ออกมาโจมตีการจัดงานแซยิดให้กับพ .ต.ท.ทักษิณว่า ถ้าสนใจที่จะจัดงานเลี้ยงให้กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีบ้าง คนเสื้อแดงก็จะไม่ขัดขวางโดยอาจจะใช้ชื่อว่า “งานปลงทุกชีวิต แด่อภิสิทธิ์ผู้สร้างหนี้ให้ประชาชน”
เมื่อเวลา 10.55 น.ที่ผ่านมา (14 เม.ย.) มีรายงานว่า นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ขึ้นประกาศยุติการชุมนุมบนเวทีบริเวณทำเนียบรัฐบาล หลังจากแกนนำ นปช.ประเมินการปิดล้อมของเจ้าหน้าที่ทหารในทุกด้าน เกรงว่าผู้ชุมนุมจะได้รับบาดเจ็บ หากปล่อยให้เกิดการสลายดังกล่าวขึ้น พร้อม ระบุการยุติไม่ได้เป็นการยอมแพ้ เพียงต้องการรักษาชีวิตของผู้ชุมนุมไว้ อีกทั้งหวั่งเกรงว่า กลุ่มผู้ไม่หวังดีจะฉวยโอกาสเข้ามาสร้างความวุ่นวายให้กับกลุ่มคนเสื้อแดง อย่างที่เกิดขึ้นที่สามเหลี่ยมดินแดงเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (13 เม.ย.)
2009.04.12 | |
ข่าวร้อยเอ็ด
กลุ่มคนร้อยเอ็ดรักประชาธิปไตย จำนวนกว่า 300 คน ชุมนุมเรียกร้องขับไล่รัฐบาล คืนอำนาจอธิปไตยและความยุติรรมสู่สังคมไทย
บ่ายวันนี้ (11 เม.ย.52) เวลา 16.00 น. บริเวณถนนทางเข้าศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด กลุ่มคนร้อยเอ็ด รักประชาธิปไตย จำนวนกว่า 300 คน ได้ปิดถนนชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยและความยุติรรมสู่สังคมไทย พร้อมขับไล่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยมีการตั้งจอโปรเจ็กเตอร์ถ่ายทอดจากสถานีโทรทัศน์ ดีสเตชั่น ติดตามสถานการณ์จากทำเนียบรัฐบาลอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบความเคลื่อนไหวของแกนนำ โดยนายชิดพงษ์ ฤทธิ์ประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อส. กว่า 200 นาย ปิดทางเข้าออกศาลากลางทุกด้าน เพื่อป้องกันความปลอดสถานที่ราชการ และตรวจตราการเข้าออกอย่างเข้มงวด
มท.รายงานรวม 42 จว.กว่า 8 พันคน
ม็อบเสื้อแดงทั่วปท.ไล่รัฐบาล รวมพลบุกยึดศาลากลาง “ขวัญชัย”นำชาวอุดรฯ ยื้อจนกว่ารบ.จะลาออก “เชียงราย”ไล่”ประดิษฐ์”เป็นปธ.เปิดด่านศุลกากรแม่สาย ศปก.มท.รายงานรวมแล้ว 42 จว.มีไม่ถึงหมื่น
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 30 มี.ค.ว่า ความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัดต่างๆ ภายหลังแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประกาศให้กลุ่มคนเสื้อแดงรวมตัวกัน หากฝ่ายกำลังตำรวจและทหารบุกเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ปิดล้อม ทำเนียบรัฐบาลอยู่ ปรากฏว่า กลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัดต่างๆ ต่างระดมพลังนัดชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัด บางกลุ่มยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเรียกร้องให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ลาออกจากตำแหน่ง บางกลุ่มยื่นคำขู่ห้ามรัฐบาลใช้กำลังสลายม็อบคนเสื้อแดงที่ชุมนุมหน้า ทำเนียบรัฐบาล มิฉะนั้นจะบุกยึดศาลากลางจังหวัด อาทิ ที่ จ.นครนายก นายณัฐพันธ์ เวชพานิชย์ดำรง ประธานกลุ่มเสื้อแดงนครนายกพร้อมสมาชิกประมาณ 40 คนยื่นหนังสือกับนายปรีชา กมลบุตร ผู้ว่าฯ คัดค้านรัฐบาลใช้กำลังสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่หน้าทำเนียบรัฐบาล
2009.03.30 | |
ข่าวร้อยเอ็ด
กลุ่มคนเสื้อแดงจังหวัดร้อยเอ็ด กว่า 300 คน ชุมนุมเรียกร้องรัฐบาลยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน
วันนี้ (30 มี.ค.52) เวลา 09.00 น. ที่ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด กลุ่มคนร้อยเอ็ด รักประชาธิปไตย จำนวนกว่า 300 คน ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยและความยุติธรรมสู่สังคมไทย พร้อมขับไล่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยขอให้ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน พร้อมกล่าวปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล พร้อมระบุว่าการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ส่งผลกระทบต่อสังคมไทยอย่างมากมาย ทำให้ประเทศไทยตกต่ำ ประเทศเกิดผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ทั้งนี้ สถานการณ์ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา กลุ่มคนเสื้อแดงทยอยเดินทางมาร่วมการชุมนุมมากขึ้น โดยแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมได้นำเต๊นท์มากางเพื่อกันแดด โดยยังไม่มีท่าทีเลิกการชุมนุมแต่อย่างใด
การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่เป็นกลุ่มของสส.พรรคเพื่อไทย ภายใต้การนำของนายวิเชียร ขาวขำ และนายอนันต์ ศรีพันธุ์ สส.พรรคเพื่อไทย ได้เดินขบวนพร้อมกับกล่าวโจมตีการจัดงาน คาราวานพันธมิตรเพื่อการเมืองใหม่ และบรรดาแกนนำของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
วันนี้ กลุ่มคนเสื้อแดงภายใต้การนำของสส.วิเชียร ขาวขำและสส.อนันต์ ศรีพันธุ์ ซึ่งเป็นสส.พรรคเพื่อไทย จำนวนกว่า 1,000 คน ที่เดินทางมาจากจังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดสกลนคร ได้เคลื่อนออกจากบริเวณสนามบินนานาชาติอุดรธานี มาตามถนนสายต่างๆและได้มาหยุดอยู่ที่ บริเวณหน้าศาลแขวงจังหวัดอุดรธานีพร้อมทั้งกล่าวโจมตีการจัดงานคาราวาน พันธมิตรเพื่อการเมืองใหม่และขับไล่บรรดาแกนนำของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยให้ออกจาก จังหวัดอุดรธานีโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาทีและได้สลายตัวไปภายใต้การตรึงกำลังของบรรดาเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายตำรวจและ ฝ่ายปกครองหลังจากที่ นายอำนาจ พการัตน์ ผวจ.อุดรธานี พร้อมคณะหัวหน้าส่วนราชการต่างได้ออกไปพูดคุยทำความเข้าใจ ในการนี้นายอำนาจ พการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวแสดงความห่วงใยในความความปลอดภัยของบรรดากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดและที่ปักหลักพักแรมอยู่ที่สวนธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคมเกรงว่าอาจจะมีการแทรกแซงจากมือที่ 3
บริเวณหน้าสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด หน้าบึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นสถานที่ที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจังหวัดร้อยเอ็ด มีกำหนดจะเลี้ยงฉลองปีใหม่ในงาน”ก้าวสู่…ร้อยเอ็ดภิวัฒน์ พบปะสังสรรค์” โดยมีแกนนำพันธมิตรที่กำหนดมาร่วมงานทั้ง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายวีระ สมความคิด และนายไทกร พลสุวรรณ
ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดง จังหวัดร้อยเอ็ด ในนามกลุ่มคนร้อยเอ็ดรักประชาธิปไตยกว่า 5,000 คน นำโดยนายนิสิต สินธุไพร อดีต สส.ร้อยเอ็ด พร้อมด้วย สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย และ สจ.จากหลายอำเภอ กดดันกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ไม่ให้ใช้พื้นที่ดังกล่าว โดยสามารถฝ่าการสกัดกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ดกว่า 700 นาย ที่อำนวยการโดย พ.ต.อ.สมประสงค์ พิมพิลา ที่่ตั้งแนวการได้ปิดกั้นได้ตั้งแนวกั้นระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงและทีมงานของพธม. เพื่อไม่ให้ปะทะกันระหว่างคนทั้งสองกลุ่ม โดยเหตุดังกล่าวไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น เมื่อกลุ่มคนร้อยเอ็ดรักประชาธิปไตยสามารถยึดบริเวณจัดงานได้
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าววันนี้ (4 ม.ค.) กรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าเตรียมเจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและคนใกล้ชิดให้ยุติความเคลื่อนไหวสร้างความวุ่นวายในบ้าน เมือง ว่า ตนเพิ่งโทรศัพท์คุยกับอดีตนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 ม.ค.ทราบว่านายสุเทพยังไม่ได้ติดต่อไป และไม่เคยรับทราบว่าติดต่อผ่านคนใกล้ชิดด้วย เข้าใจว่าคงจะเป็นการให้ข่าวเพื่อประโยชน์ทางการเมือง เพราะจริงๆแล้วนั้นตนเคยพูดแล้วว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไม่ได้เป็น เรื่องระหว่างอดีตนายกรัฐมนตรีกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นเรื่องระหว่างประชาธิปไตยกับสิ่งที่ไม่เป็นประชาธิปไตย มันเป็นความเห็นที่แตกต่างและต่อสู้ทางความคิด
โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวต่อว่า ตนคิดว่า กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และคนเสื้อแดงเท่าที่ตนเคยสัมผัสในการปราศรัย คนกลุ่มนี้รักประชาธิปไตย อยากเห็นความเสมอภาคที่เท่าเทียมกันและประชาชนเป็นเจ้าของประชาธิปไตย อดีตนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้เพราะเคยเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจาก เสียงส่วนใหญ่ และ โดน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ยึดอำนาจ อดีตนายกรัฐมนตรีจึงเป็นเสมือนตัวแทนประชาธิปไตย ไม่มีอำนาจชี้นำประชาชนเพราะคนกลุ่มนี้มาด้วยอุดมการณ์ ตอนนี้มีขบวนการที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยโดยประกอบด้วยหลายส่วน พรรคประชาธิปัตย์เป็นเพียงส่วนหนึ่งในกลไกนี้เท่านั้น เรื่องนี้มันไม่ใช่การคุยเพื่อเกี้ยเซี้ย ประนีประนอมยอมความกัน